S&P

ประวัติความเป็นมาของบริษัท
  • btn-mail
  • btn-print

กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เอส แอนด์ พี” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 โดยเริ่มต้นจากการเป็นร้านขาย ไอศกรีม อาหาร และของว่างในซอยสุขุมวิท 23 (ซอยประสานมิตร) ซึ่งได้รับความนิยมและการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก จึงมีแนวคิดในการขยาย ประเภทธุรกิจเพิ่มขึ้นด้วยการทำธุรกิจร้านเบเกอรี่ และประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้นำในการผลิตเค้กแต่งหน้าตามสั่งและเค้กลายการ์ตูนรายแรก ในประเทศไทย รวมทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของร้านได้รับความนิยมแพร่หลายในกลุ่มลูกค้า ส่งผลให้มี การขยายสาขาอย่างรวดเร็วในแหล่งทำเลที่สำคัญทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด โดยในปี 2523 เอส แอนด์ พี ได้เปิดตัวสาขาสยามสแควร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่นำกลยุทธ์ด้านการตลาดร้านอาหารมาใช้ อาทิ ระบบหน้าม้า และสื่อโฆษณาทางวิทยุ นอกจากนี้ เอส แอนด์ พี ยังเป็นผู้นำ เทรนด์ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าอีกด้วย สำหรับในต่างจังหวัดนั้น จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นจังหวัดแรกที่ เอส แอนด์ พี มีการขยายสาขาออกไป

ในปี 2532 บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทมีการลงทุนและขยายงานทั้ง ทางด้านธุรกิจร้านอาหารและการผลิตเบเกอรี่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แบรนด์ “เอส แอนด์ พี” ประกอบด้วย ธุรกิจร้านอาหารเอส แอนด์ พี และธุรกิจ เอส แอนด์ พี เบเกอรี่ช้อพ โดยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น บริษัทสามารถสร้างเครื่องหมายการค้า “เอส แอนด์ พี” ให้เป็นที่ยอมรับได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้บริษัทยังสามารถนำเสนอและสร้างแบรนด์ใหม่ๆให้เป็นที่ยอมรับแก่กลุ่มลูกค้าในระดับต่างๆอย่างแพร่ หลาย ได้แก่ ร้านอาหารไทยร่วมสมัย “Patara” ร้านอาหารนานาชาติ “Patio” กลุ่มร้านอาหารในบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง “Vanilla” ร้านกาแฟ “BlueCup” ผลิตภัณฑ์ขนมไทย “Simply Thai” คุกกี้ “Delio” วุ้นคาราจีแนน “Jelio Jelly” และที่สำคัญคือ เอส แอนด์ พี ถือเป็น ผู้ริเริ่มพัฒนาธุรกิจการจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ตรา “S&P” และ “มังกรทอง” ด้วยการบรรจุในซองสวยงามที่ช่วยรักษาคุณภาพขนมได้นานขึ้น พร้อมบรรจุภัณฑ์ดีไซน์หรูและทันสมัย

ในปี 2533 บริษัทได้มีการขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ โดยได้เปิดร้านอาหารไทยแห่งแรกภายใต้ชื่อร้าน “ภัทรา” (Patara Fine Thai Cuisine) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยต้องการให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มรสชาติอาหารไทยที่ดี มีคุณภาพ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ประกอบกับความ นิยมของอาหารไทยในต่างประเทศมีมากขึ้น จึงมีการขยายร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน เอส แอนด์ พี มีร้านอาหารไทยตั้งอยู่ใน 6 ประเทศ ทั่วโลก คือ อังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย สิงคโปร์ จีน และกัมพูชา รวมทั้งสิ้น 23 สาขา ภายใต้แบรนด์ที่หลากหลายทั้ง Patara, SUDA, Siam Kitchen, Bangkok Jam รวมไปถึงแบรนด์ เอส แอนด์ พี เองด้วย

บริษัทได้มีการวิจัยและพัฒนาด้านธุรกิจอาหารสำเร็จรูป รวมทั้งอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานและผลิตภัณฑ์ไส้กรอก ภายใต้แบรนด์ “Quick Meal” และ “Premo” เพื่อตอบสนองตอ่ ทัศนคติและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค บริษัทได้ลงทุน ด้า นการวิจัยและพัฒนาด้านธุรกิจ อาหารสำเร็จรูป อย่างต่อเนื่องเพื่ องให้สินค้าของบริษัทได้รับ การยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มขึ้น โดยเน้นจุดแข็งในด้านคุณภาพ รสชาติ และความหลากหลายของเมนู และเพื่อให้การทำธุรกิจครบวงจรเพิ่มขึ้น กลุ่มเอส แอนด์ พี ได้มีการขยายฐานการให้บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ภายใต้แบรนด์ “Caterman” บริการ จัดส่งอาหารถึงบ้านและบริการอาหารปิ่นโต (Delivery 1344) นอกจากนี้ เพื่อให้การบริการของบริษัทครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดย เฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น บริษัทก็ได้นำร้าน Maisen ซึ่งเป็นร้านหมูทอดที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงโตเกียวมาเปิดบริการนอกประเทศญี่ปุ่นเป็น ครั้งแรกในปี 2555 และในปี 2556 ได้นำร้านอาหารญี่ปุ่นแนวไคเซกิที่มีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น คือร้าน Umenohana มาเปิดให้บริการครั้งแรกนอก ประเทศญี่ปุ่น

ในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทดำเนินกิจการมาครบ 42 ปี บริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่องเพื่อความเป็น ผู้นำด้านธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่แบบครบวงจร รวมทั้งการบริการที่ครอบคลุมช่องทางการจำหน่ายต่างๆ ในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีหลักปฏิบัติที่ยึดถือตลอดมา คือการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพดี มีคุณค่ามาตรฐานสากลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด

ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์

kessuda@snpfood.com 02-785-4000

อีเมลล์รับข่าวสาร

สมัครรับข่าวสาร